คุณรู้ไหม “วันตรุษจีน” ไม่ได้มีแค่เรื่องไหว้เจ้าเท่านั้นนะ

วันตรุษจีน

ทุกครั้งที่ใกล้ถึงวันตรุษจีน คนส่วนใหญ่ก็จะนึกถึงเรื่องของการไหว้เจ้า การจัดเตรียมของไหว้กันอย่างวุ่นวาย เด็ก ๆ ก็จะนึกถึงเงินแต๊ะเอีย ผู้ใหญ่ก็จะนึกถึงจำนวนเงินที่จะต้องใส่ซองอั่งเปาให้เด็ก ๆ หรือลูกน้อง แต่ละคนก็จะมีมุมความสุขสนุกสนานในแบบของตนเอง แต่หลัก ๆ แล้วจะนึกไปถึงเรื่องของการไหว้เจ้าและไหว้บรรพบุรุษกันมากกว่า เพราะเป็นกิจกรรมที่ทำให้ทุกคนในครอบครัวได้มาพบปะรวมตัวกัน แต่คุณรู้หรือไม่ว่าในความเป็นจริงแล้วเทศกาลตรุษจีนนั้นไม่ได้มีความสำคัญอยู่เรื่องของการไหว้เจ้าเท่านั้นนะ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นกิจกรรมในเทศกาลนี้ล้วนมีความหมายและมีกุศโลบายตามแนวทางของ “ขงจื้อ” ซ่อนอยู่มากมายเลยทีเดียว ไปดูกันว่ามีอะไรที่น่ารู้บ้าง

มงคลอาหารไหว้ ความหมายดีทุกเมนู

มงคลอาหารไหว้

วันตรุษจีนเป็นวันที่ลูกหลานมังกรจะทำอาหารมากเป็นพิเศษ ทั้งใช้ในการไหว้เจ้าและไหว้บรรพบุรุษ ที่น่าสังเกตก็คือ กับข้าวต่าง ๆ หรือของไหว้ที่จะใช้ไหว้ในเทศกาลนี้จะเหมือนกันทุกปีและถูกกำหนดไว้เลยว่าควรจะต้องมีอะไรบ้าง ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น? คำตอบก็คือ กับข้าวและอาหารไหว้ต่าง ๆ นั้นได้สอดแทรกความหมายมงคลเข้าไปในทุกเมนู ความคิดแบบนี้ไม่ใช่มีในเฉพาะคนจีน เพราะคนไทยก็มี อย่างคนไทยนิยมให้มีขนมมงคล 9 อย่างในเครื่องขันหมาก หรือขนมที่มีชื่อมงคลไว้ใช้ในงานบุญอย่างนี้เป็นต้น คนจีนโบราณหรือคนไทยเชื้อสายจีนรุ่นเก่าก็มีแนวคิดเช่นนี้ไม่ต่างกัน มาดูตัวอย่างความหมายมงคลในอาหารไหว้ช่วงตรุษจีนกัน

ชุดของไหวที่เป็นของคาว 5 อย่าง หรือ โหงวแซ

  • หมู มีความหมายถึงความมั่งคั่ง ด้วยความอ้วนพลีของหมู จึงชวนให้สะท้อนถึงความกินดีอยู่ดี
  • ไก่ มีความหมายถึงการรู้หน้าที่การงาน เพราะไก่กันตรงเวลาทุกเช้า บางความหมายยังสื่อไปถึงหมวกของขุนนางในยุคโบราณ เพราะหมวกของขุนนางจีนจะมีลักษณะคล้ายหงอนไก่ จึงรวมความหมายถึงความก้าวหน้าในอาชีพการงาน
  • ตับ คนจีนออกเสียงว่า “กัว” ซึ่งไปพ้องเสียงกับคำว่า “กัว” อีกคำที่แปลว่าขุนนาง จึงสื่อถึงบารมียศศักดิ์
  • ปลา คนจีนแต้จิ๋ว จะออกเสียงว่า “ฮื้อ” ซึ่งคำนี้ในภาษาจีนมาคำที่ใช้ในความหมายมงคลมากมาย ที่สื่อไปในความหมายว่าเหลือกินเหลือใช้
  • เป็ด เป็นสัตว์ที่มีความสามารถหลากหลายตัวสีขาว จึงเป็นตัวแทนของความเก่งกาจและความบริสุทธิ์

นอกจากนั้นแล้วถ้าเป็นชุดกับข้าว ก็ยังมีเมนูมงคลที่หลากหลาย อย่างเมนูที่ใช้ลูกชิ้นปลา ก็จะสื่อถึงการมีเหลือกินเหลือใช้ ผัดต้นกระเทียมก็จะสื่อถึงการมีเงินมีทองให้นับอยู่เสมอ หรืออย่างผลไม้ ส้มก็แทนก้อนเงินก้อนทองและความเป็นสิริมงคล กล้วยก็ให้ดึงโชคลาภเข้ามา เป็นต้น

ซองอั่งเปาสีแดง สิ่งจำเป็นในช่วงเทศกาลตรุษจีน

ซองอั่งเปาสีแดง

สำหรับสีแดงนั้น คนจีนโบราณถือว่าเป็นสีที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณของลูกหลานมังกร ส่วนหนึ่งที่คนจีนยึดสีแดงเป็นสีมงคลแก่ตัวก็เพราะว่ามีความเกี่ยวข้องกับเรื่องของสภาพภูมิประเทศ เนื่องจากจีนมีอากาศค่อนข้างหนาว คนจีนจึงชอบอากาศที่ปลอดโปร่งและมีแดด สีแดงนั้นเป็นสัญลักษณ์ของแสงแดดด้วย คนจีนจึงเลือกสีแดงมาให้เป็นสีมงคลของตนเอง การใช้ซองอั่งเปาสีแดง ในช่วงวันตรุษจีนก็มีความเกี่ยวโยงในเรื่องนี้ด้วย เพราะซองอั่งเปาก็เหมือนถุงเงินถุงทอง สีแดงก็คือความเป็นมงคลความเพิ่มพูน สีแดงของซองอั่งเปาจึงเป็นเสมือนถุงเงินถุงทองที่ผู้ใหญ่หยิบยื่นให้แก่เด็ก ๆ หรือเครือญาติ ซึ่งบ่งบอกความหมายว่าให้ร่ำรวยยิ่ง ๆ ขึ้นไป

ครบถ้วนเทศกาลตรุษจีนต้องมีโคมไฟด้วย

โคมไฟ

โดยมากแล้วเรามักจะเข้าใจกันว่าเทศกาลตรุษจีนนั้นจะมีแค่ 3 วัน คือ วันจ่าย วันไหว้ และก็วันตรุษจีนหรือวันเที่ยว แต่ในความเป็นจริงแล้วเทศกาลตรุษจีนตามธรรมเนียมจีนโบราณจะสิ้นสุดจริง ๆ ก็เมื่อมาถึงวันที่ 15 เดือน 1 ของจีน คือวันดังกล่าวนี้จะมีการไหว้เจ้าอีกครั้ง เป็นการไหว้กลางเดือน ซึ่งโบราณจะเรียกว่าเป็นเทศกาลโคมไฟ แต่ละบ้านจะมีการประดับประดาด้วยโคมไฟสวยงาม และบางที่จะมีชาวบ้านถือโคมไฟแห่ไปตามถนนดูสวยงาม ซึ่งการจุดโคมไฟในวันดังกล่าวนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ความสวยงาม ในสมัยโบราณใช้วิธีจุดโคมก็เพื่อเป็นการบอกช่วงระยะเวลาว่าตอนนี้อากาศจะเริ่มอุ่นขึ้นแล้ว จะเริ่มเข้าสู่ฤดูกาลทำนาแล้วนั่นเอง แต่ในปัจจุบันยุคสมัยเปลี่ยนไปเราจึงได้เห็นแค่การแขวนโคมไฟสีแดงสวยงามไว้ตามหน้าประตูเท่านั้น เป็นการปรับรูปแบบไปตามสมัยนิยมนั่นเอง

เห็นหรือไม่ว่าวันตรุษจีนไม่ได้มีแต่เรื่องไหว้เจ้าจริง ๆ ด้วย ลูกหลานมังกรรุ่นใหม่เรียนรู้ไว้นะ จะได้สืบสานวัฒนธรรมประเพณีดี ๆ แบบนี้ไม่ให้สูญหายไป